รูปบทความ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลังเครืออินเตอร์คอน ประกาศลงนามข้อตกลงบริหารโรงแรมและรีสอร์ท 5 แห่ง

แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลังเครืออินเตอร์คอน ประกาศลงนามข้อตกลงบริหารโรงแรมและรีสอร์ท 5 แห่ง เสริมความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลังเครืออินเตอร์คอน ประกาศลงนามข้อตกลงบริหารโรงแรมและรีสอร์ท 5 แห่ง เสริมความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ร่วมวางกลยุทธ์และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 5 แห่ง รวมกว่า 1,200 ห้องพัก ในกรุงเทพฯ และพัทยา



บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือAWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรร่วมลงนามครั้งใหม่จำนวน 5 ฉบับ กับกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (IHG) บริษัทชั้นนำระดับโลก เพื่อเสริมความเเข็งเเกร่งเเละเตรียมความพร้อมรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี มุ่งมั่นสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน


นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC)กล่าวว่า “AWC ยังมีความเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยจะมีอนาคตที่สดใสในระยะยาว จึงเดินหน้าวางกลยุทธ์การลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการขยายความร่วมมือกับกลุ่ม IHG ครั้งนี้ที่จะเพิ่มความหลากหลายให้กับพอร์ตโฟลิโอ ส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจควบคู่กับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ในวงกว้างมากขึ้น พร้อมช่วยเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทยในการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มระดับกลางถึงระดับสูงซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตในอนาคตอันใกล้โดยมีเป้าหมายที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการข้อตกลงด้านอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวครอบคลุมโครงการพัฒนาโรงเเรมหรูที่เพิ่งสร้างใหม่แห่งเเรกในเยาวราชอย่าง โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ (โครงการเวิ้งนครเกษม)และอีกสองโครงการในเยาวราชและพัทยา ซึ่งมีห้องพักรวม 629 ห้อง รวมทั้งอีก 2 โรงแรมภายใต้แบรนด์คิมป์ตัน บริการระดับสากล”


“เราเชื่อมั่นว่าการผสานพลังกับพันธมิตรระดับโลกอย่างกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (IHG)จะทำให้เราเดินหน้าร่วมกันยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มความแข็งแกร่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาชื่นชมโครงการคุณภาพของประเทศไทย”


โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ (โครงการเวิ้งนครเกษม) มีกำหนดเปิดตัวในปี พ.ศ. 2569 จะเป็นโรงเเรมหรูที่มีห้องพักจำนวน 332 ห้อง ตั้งอยู่ในโครงการมิกซ์ยูสที่มีชีวิตชีวา พร้อมเป็นจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ถือเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในเวิ้งนครเกษม ย่านประวัติศาสตร์เมืองเก่าของชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีน โดยจะมีอีก 2โรงเเรมบูทีค และห้องพักระยะยาวแบบมีเซอร์วิส พื้นที่รีเทล และร้านค้าปลีก 1 แห่ง ซึ่งจะเป็นร้านค้าปลีกใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ด้วยการออกแบบที่สอดรับกับภูมิทัศน์ของเมืองที่มีชีวิตชีวา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ทำให้กลายเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในย่านเยาวราชที่น่าจับตามอง


ด้วยการผสานพลังของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเข้ากับความมหัศจรรย์ของวัฒนธรรมท้องถิ่น โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เเบงค็อก ไชน่าทาวน์ แห่งนี้ จะมีห้องอาหาร 3 แห่ง บาร์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส รวมทั้งพื้นที่จัดการประชุม 8 ห้อง บนพื้นที่รวมกว่า 1,382 ตารางเมตร ข้อตกลงดังกล่าวยังครอบคลุมโรงเเรมสไตล์บูทีคซึ่งปรับโฉมพื้นที่จากอาคารพาณิชย์สี่ชั้นแบบดั้งเดิมเป็นโรงแรมขนาด 63 ห้องพัก พร้อมร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ และอีกหนึ่งแห่งเป็นห้องพักระยะยาวแบบมีเซอร์วิสจำนวน 105 ห้อง ภายใต้แบรนด์ อินเตอร์คอนดิเนนตัล เรสซิเดนซ์ ซึ่งมอบทางเลือกห้องพักทั้งแบบหนึ่ง สอง และสามเตียง ผ่านการออกแบบอย่างมีสไตล์และสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าผู้มาเยือน "เมืองมรดกแห่งเอเชีย (Heritage of Asia City)"


นอกจากนี้ยังรวมถึงโรงแรมอีกหนึ่งแห่งในพื้นที่พัทยา ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและมีกำหนดเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2566 ตั้งอยู่ในย่าน Aquatiqueซึ่งเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์แห่งแรกของพัทยา พื้นที่ดังกล่าวจะเป็นศูนย์รวมกิจกรรมความบันเทิงและไลฟ์สไตล์อันประกอบด้วยโรงแรม ร้านค้าปลีกและร้านอาหาร และพื้นที่จัดการประชุม ด้วยห้องพักและห้องสวีท 224 ห้อง ห้องอาหาร 4 แห่ง บาร์บนชั้นดาดฟ้า สระว่ายน้ำ สปา และห้องประชุม 6 ห้องบนพื้นที่ใช้สอยกว่า 670 ตารางเมตร


นอกจากนี้ยังรวมถึงโรงแรมอีกหนึ่งแห่งในพื้นที่พัทยา ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและมีกำหนดเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2566 ตั้งอยู่ในย่าน Aquatique ซึ่งเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์แห่งแรงของพัทยา พื้นที่ดังกล่าวจะเป็นศูนย์รวมกิจกรรมความบันเทิงและไลฟ์สไตล์อันประกอบด้วยโรงแรม ร้านค้าปลีกและร้านอาหาร และพื้นที่จัดการประชุม ด้วยห้องพักและห้องสวีท 224 ห้อง ห้องอาหาร 4 แห่ง บาร์บนชั้นดาดฟ้า สระว่ายน้ำ สปา และห้องประชุม 6 ห้องบนพื้นที่ใช้สอยกว่า 670 ตารางเมตร


นอกจากนี้ยังรวมถึงโรงแรมอีกหนึ่งแห่งในพื้นที่พัทยา ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและมีกำหนดเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2566 ตั้งอยู่ในย่าน Aquatiqueซึ่งเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์แห่งแรงของพัทยา พื้นที่ดังกล่าวจะเป็นศูนย์รวมกิจกรรมความบันเทิงและไลฟ์สไตล์อันประกอบด้วยโรงแรม ร้านค้าปลีกและร้านอาหาร และพื้นที่จัดการประชุม ด้วยห้องพักและห้องสวีท 224 ห้อง ห้องอาหาร 4 แห่ง บาร์บนชั้นดาดฟ้า สระว่ายน้ำ สปา และห้องประชุม 6 ห้องบนพื้นที่ใช้สอยกว่า 670 ตารางเมตร


“อินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก ไชน่าทาวน์ จะเป็นโรงแรมในเครืออินเตอร์คอนติเนนตัลแห่งที่สามของเราในกรุงเทพฯ และเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับเวิ้งนครเกษม หนึ่งในย่านเก่าแก่ที่สุดในเมือง ในขณะเดียวกันเรากำลังหารือร่วมกับ AWCเกี่ยวกับโรงแรมอีกสองแห่งในข้อตกลงของเรา ในพื้นที่กรุงเทพฯ และพัทยา


เราวางแผนที่จะเพิ่มพอร์ตโฟลิโอของเราในประเทศไทยเป็นสองเท่าภายใน 3-5 ปีข้างหน้า และการลงนามร่วมกันเหล่านี้แสดงถึงทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่งของ IHGในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราตั้งตารอที่จะได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ AWCเพื่อขยายการให้บริการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และทำให้แบรนด์ในเครือ IHGเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทยที่งดงามนี้”


ข้อตกลงในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมืออันยาวนานระหว่าง AWC และ IHG เพื่อบริหารจัดการห้องพักมากกว่า 1,200 ห้องทั่วประเทศไทย รวมถึงโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง 306 ห้องที่จะเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งส่งเสริมการเป็นพันธมิตรระหว่าง AWC และIHG ในฐานะแบรนด์ระดับโลกที่ได้รับการยอมรับด้านการจัดการ มาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัย แพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายทั่วโลกที่แข็งแกร่งและกว้างขวาง ตลอดจนแคมเปญการขายและทีมงานมืออาชีพที่ดึงดูดใจลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ


ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งสำหรับ IHG โดยมีโรงแรม 32 แห่งจาก 8 แบรนด์ในประเทศและอีก 33 แห่งที่อยู่ระหว่างดำเนินการ การเซ็นสัญญาครั้งใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายของบริษัทที่จะขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ในประเทศไทยให้เติบโต 50% รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ในทุกแบรนด์ในเครือ ภายในประเทศ




เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59