รูปบทความ แสนสิริเดินหน้าสู่ “ปีแห่งความหวัง” (The Year of Hope)

แสนสิริเดินหน้าสู่ “ปีแห่งความหวัง” (The Year of Hope) เตรียมออกหุ้นกู้ นำทุนเสริมแกร่งรับแผนธุรกิจปี 64 8 สถาบันการเงินชั้นนำให้ความเชื่อมั่น ผนึกกำลังเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุ 3 ปี 8 เดือน อัตราดอกเบี้ย 4.20% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ เสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือ ผู้ลงทุนสถาบัน


นำทุนเสริมแกร่งรับแผนธุรกิจปี 64 ด้วยแผนพัฒนา 24 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท พร้อมเป้ายอดขาย 26,000 ล้านบาท และเป้าโอน 27,000 ล้านบาท


พร้อมเติบโตอย่างแข็งแรงในปีนี้ ด้วยการเดินเกมส์เร็ว Speed to Market ดันคว้ายอดขาย ม.ค.ไปแล้วถึง 3,500 ล้านบาท ผนึกกับความแข็งแกร่งระยะยาวในอนาคตด้วยพรีเซลล์แบ็คล็อกในมืออีกกว่า 35,000 ล้านบาท


8 สถาบันการเงินชั้นนำให้ความเชื่อมั่น ผนึกกำลังเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เริ่มจำหน่ายวันที่ 15 – 17 ก.พ. 2564 นี้



นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริแกร่งจากยอดโอนปี 2563 ที่ 45,000 ล้านบาท sold out ไปถึง 35 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 64,600 ล้านบาท พร้อมสภาพคล่องที่มีในมือถึง 15,000 ล้านบาท ทำให้ปีนี้เราพร้อมเติบโตอย่างแข็งแรง สำหรับปี 2564 ซึ่งเรายกให้เป็นปีแห่งความหวัง (The Year of Hope) หนึ่งในความหวังในการเสริมความแข็งแกร่งของแสนสิริในปีนี้ คือการก้าวเร็วนำหน้าต่อด้วย Speed to Market ซึ่งทำให้คว้ายอดขายเดือนมกราคมมาแล้วที่ 3,500 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นยอดขายต่อเดือนในอัตราที่สูง และอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับเป้าหมายยอดขายที่วางไว้ในปีนี้ 26,000 ล้านบาท นับว่าสร้างผลงานได้ดีภายใต้สภาวะตลาด ที่ยังคงมีความผันผวนสูงในสถานการณ์ที่ยังมีการแพร่ระบาดของโควิด


นอกจากนี้ แสนสิริยังมีการวางแผนพัฒนาโครงการใหม่อย่างระมัดระวัง โดยในปีนี้วางแผนพัฒนาโครงการใหม่ไว้ทั้งหมด 24 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 26,000 ล้านบาท พร้อมเป้ายอดขาย 26,000 ล้านบาท และเป้าโอน 27,000 ล้านบาท แสนสิริยังมีกลยุทธ์การพัฒนาโครงการใหม่ที่ไซส์ไม่ใหญ่ แต่กระจายในหลายทำเล เพื่อ Inventory ที่เหมาะสมและได้ cash กลับมาเร็ว รวมถึงแผนออกหุ้นกู้ที่เหมาะสมเพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพด้านการบริหารต้นทุนทางการเงินและดอกเบี้ย อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการขยายธุรกิจ โดยล่าสุดแสนสิริได้เตรียมออกเสนอขายหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายธุรกิจต่อเนื่องในปีนี้ จากความสำเร็จในการได้รับความเชื่อมั่นในการเป็น “แบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้าน”


“ปีที่แล้ว นักลงทุนตอบรับหุ้นกู้ของแสนสิริเป็นอย่างดี จากการออกหุ้นกู้รวม 4,500 ล้านบาทตลอดทั้งปี แต่ oversubscribe ไปถึง 5,400 ล้านบาท การให้การตอบรับที่ดีและเสนอขายหมดเต็มจำนวนในระยะเวลาอันรวดเร็วมาโดยตลอด นับเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภาพรวมธุรกิจของบริษัท ที่สร้างผลงานได้ดี รวมถึงหุ้นกู้แสนสิริที่ให้ดอกเบี้ยสูงและมั่นคง” นายเศรษฐา กล่าว


ทั้งนี้ แสนสิริเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุหุ้นกู้ 3 ปี 8 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.20% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณของ 100,000 บาท ให้แก่ ผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือ ผู้ลงทุนสถาบัน สำหรับหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2564 ได้รับความเชื่อมั่นจากถึง 8 สถาบันการเงินชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ และ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ซึ่งให้ความเชื่อมั่นในหุ้นกู้แสนสิริ และให้การสนับสนุนเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย จากความน่าเชื่อถือขององค์กร ด้วยสภาพคล่องกว่า 15,000 ล้านบาทและความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ในระดับ BBB+ และด้วยแผนการขยายธุรกิจที่ชัดเจนในปี 2564


“เรามั่นใจว่าหุ้นกู้ของแสนสิริจะได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดีเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา แสนสิรินับเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง ในปีที่ผ่านมา ด้วยแผนการดำเนินธุรกิจที่แข่งกับสภาพตลาด จนสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น เทียบกับความท้าทายในการทำธุรกิจภายใต้สถานการณ์โควิ ดที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย สะท้อนผ่านอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ระดับ BBB+ จาก ทริสเรทติ้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 แสดงให้เห็นถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งทั้งในตลาดโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม มิกซ์โปรดักส์ และคอนโดมิเนียม รวมทั้งความแข็งแกร่งระยะยาวในอนาคต ด้วยยอดขายรอโอน (Backlog) (รวมโครงการร่วมทุนในคอนโดมิเนียม) มูลค่ารวมประมาณ 35,000 ล้านบาท” นายเศรษฐา กล่าว


ผู้สนใจลงทุนสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ตามรายละเอียดด้านล่าง และสามารถจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ ที่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333/ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1111/ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-888-8888 กด 819/ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-777-6784/ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-626-7777 บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555/บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด โทร. 02-695-5000 และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59