รูปบทความ 5 ทริคเลือกบ้านหรู ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปี 2021

5 ทริคเลือกบ้านหรู ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในปี 2021


ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาทั่วโลกเจอปัญหาของโลกระบาด ทำให้ธุรกิจทุกภาคส่วนหยุดชะงักลง หนึ่งในนั้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ อสังหาริมทรัพย์ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อมองถึงยอดขายโครงการบ้านระดับ Hi-End กลับมีการซื้อขายและเติบโตสวนทางกับปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน...วันนี้ Esto เลยอยากจะพาทุกคนไปเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการเลือกซื้อบ้านหรูระดับ Hi-End ว่าบ้านที่มีราคาหลักสิบล้านบาทขึ้นไป จะมีความน่าสนใจแค่ไหน พร้อมแนะนำทริคดี ๆ ที่เรารวบรวมข้อมูลมาแชร์เป็นความรู้กัน



ดีไซน์ภายนอกและภายในอาคาร (Exterior and Interior Design)


ที่มา: ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทร


ความหรูหราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรูปแบบของงานดีไซน์สไตล์ Luxury หรือ Classic แต่สำหรับความหรูหรานั้น จะขึ้นอยู่กับงานออกแบบที่จะก่อให้เกิดความลงตัวมากที่สุด ซึ่งลักษณะการออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกอาคาร (Exterior Design) ได้นำหลายองค์ประกอบเข้ามารวมกันจนได้รูปแบบงานดีไซน์ที่หรูหราและสวยงาม


เหมือนกับตัวอย่างตามภาพจากโครงการ ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทร ที่จะเห็นได้ว่า ลักษณะของการออกแบบภายนอกอาคาร จะเน้นรูปทรงแบบ Simple แบบเรียบง่าย แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยการซ้อนทับกันของโครงสร้างตัวบ้านให้เกิดความจังหวะของงานออกแบบ หรือที่เรียกว่า Volum Design


บวกกับการเลือกออกแบบด้วย Double Space ทำให้ตัวอาคารภาพนอกดูสูงและปลอดโปร่ง นอกจากนั้นแล้วยังเพิ่มเอกลักษณะให้ตัวภายนอกอาคารดูหรูหรามีสไตล์ขึ้น ด้วยการเลือกใช้สีและลวดลาย ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของสไตล์ Classic Luxury


ที่มา: THE AVA RESIDENCE


ในส่วนของการออกแบบพื้นที่ภายใน (Interior Design) การเลือกคุม Mood & Tone และการเลือกใช้วัสดุเป็นสิ่งสำคัญมา ซึ่งเราสามารถเรียกรูปแบบของงานดีไซน์ภายในว่าเป็นการ Mix and Match ระหว่างสีและวัสดุ เพื่อให้บรรยากาศโดยรวมภายในเกิดความลงตัว


ถ้าลองสังเกตภาพตัวอย่างจากโครงการ THE AVAV RESIDENCE ที่เรายกตัวอย่างลักษณะของการออกแบบภายในนั้น จะเห็นว่ารูปแบบของงานดีไซน์จะเป็นการผสมระหว่าง 3 สไตล์ด้วยกัน ประกอบด้วย


  1. Modern : โดยการเลือกคุมบรรยากาศภายในด้วยสีขาวสะอาดตา และเน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น
  2. Luxury : เป็นการเลือกใช้วัสดุประเภทสแตนเลสและกระจกเงาเข้ามาเป็นองค์ประกอบ บวกกับการเจาะหลุมฝ้าเพดาน
  3. Classic : ถูกสอดแทรกอยู่บริเวณผนัง ซึ่งสไตล์นี้มีจุดเด่นอยู่ที่การเลือกใช้คิ้วบวก บริเวณผนัง ซึ่งจะเป็นการตีกรอบคล้ายกรอบรูป


เลือกระบบโครงสร้างที่แข็งแรง (Structural system)


ที่มา: ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทร


ระบบโครงสร้างเป็นอีกข้อพิจารณาในการเลือกซื้อบ้านหรู โดยปกติทั่วไปแล้ว โครงสร้างของอาคารจะมีหลายลักษณะด้วยกันเช่น ก่ออิฐมอญแดง, โครงสร้างเหล็กเสริมคอนกรีต และ ระบบโครงสร้างรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า ระบบโครงสร้าง Modular


โครงสร้างแต่ละชนิดจะมีความแข็งแรงคงทน และอายุการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วจะสามารถอยู่ได้เป็น 10-50 ปีขึ้นไป แต่เราจะขอโฟกัสที่ระบบของโครงสร้าง Modular กันซักเล็กน้อยในบทความนี้


ที่มา: Supalai Prima Villa ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล สาย 2


โครงสร้าง Modular เป็นรูปแบบของโครงสร้างแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากรูปแบบโครงสร้างเดิมที่เคยใช้งานในวงการวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม โดยจุดเด่นของโครงสร้างประเภทนี้เอง คือมีความแข็งแรงและมีอายุการใช้งานได้มากกว่า 100 ปี โดยโครงสร้างภายในทำขึ้นมาจากเหล็กชนิดพิเศษ ทำให้ไม่เกิดการกัดกร่อนแม้จะผ่านกลาวเวลานาน


ข้อดีที่น่าสนใจของโครงสร้าง Modular คือ ประกอบง่ายและติดตั้งได้รวมเร็ว ทำให้ไม่ว่าจะก่อสร้างบ้านหลังเล็กหรือหลังใหญ่ ก็สามารถประกอบได้อย่างรวดเร็วภายระยะเวลาอันสั้น แตกต่างจากโครงสร้างแบบเดิม นอกจากนั้นแล้วยังมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง ในกรณีเกิดแผ่นดินไหว โครงสร้างจะไม่เกิดการทรุดตัว แต่จะมีความยืดหยุนไปกับแรงกระแทกเหล่านั้น


และจุดนี้เองระบบโครงสร้างชนิดนี้ จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมของงานก่อสร้าง ให้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเราจะเห็นได้จากโครงการที่อยู่อาศัย Perfect Masterpiece จากแบรนด์ Property Perfect ที่ได้จับมือกับบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของญี่ปุ่นอย่าง Sekisui Chemical เพื่อพัฒนาบ้านนวัตกรรมใหม่จากโครงสร้าง Modular ขึ้นมา



นวัตกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย (Innovation system)


ที่มา: นิยาม บรมราชชนนี


เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมขั้นพื้นฐานอย่างระบบ Smart Home อาจจะดูน้อยไปนิดสำหรับโครงการบ้านพักอาศัยระดับ Hi-End และแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงนวัตกรรมภายในที่อยู่อาศัย สิ่งแรกที่เราพอจะนึกถึงได้คงเป็นระบบปฏิบัติการ ที่เรียกว่า Home Automation หรือที่เรารู้จักกันดีก็คือ ระบบการสั่งงานอัจฉริยะ


ต้องขอขยายความให้เพื่อน ๆ เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับระบบ Home Automation ภายในที่พักอาศัยกันก่อน ถ้าจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ก็คือ อุปกรณ์ที่ถูกติดตั้งไว้ภายในบ้าน โดยมีตัวเครื่องทรงสัญญาณทำหน้าที่เป็นตัวกระจายสัญญาณไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ภายในตัวบ้าน โดยจะผ่านคลื่นสัญญาณที่เรียกว่า Bluetooth


ที่มา: นิยาม บรมราชชนนี


โดยระบบ Home Automation จะเข้ามาช่วยให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การสั่งงานด้วยระบบเสียง หรือ ระบบเซนเซอร์ เป็นต้นฯ และนอกจากระบบเหล่านี้แล้ว สิ่งที่อาจจะช่วยเติมเต็มคำว่านวัตกรรมภายในที่อยู่อาศัยเข้าไปอีกระดับ คงเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานไฟฟ้า


โครงการที่อยู่อาศัยระดับ Hi-End ในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมมากยิ่งขึ้น หรือที่เรียกว่า Eco System จึงมีการติดตั้งระบบ Solar Cell ไว้บนหลังคาของตัวบ้าน ซึ่งจะทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากถึง 30% เลยทีเดียว



ระบบรักษาความปลอดภัย (Security system)


ที่มา: THE AVA RESIDENCE


เมื่อพูดถึงระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการบ้านพักอาศัยต่าง ๆ เราคงจะนึกถึงระบบ Key Card Access หรือ กล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ภายในตัวโครงการ และทีมงานรปภ. ที่ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ซึ่งทั้งหมดที่เราเกริ่นมาเป็นเพียงระบบความรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่ทุกโครงการควรมี


สิ่งที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยอุ่นใจตั้งแต่ทางเข้าโครงการ จนมาถึงหน้าประตูบ้านของตัวเอง ระบบความรักษาความปลอดภัยต้องมีมากว่านั้น เช่น อุปกรณ์ Sensor บริเวณทางเข้าบานที่เรียกว่า ระบบ Magnetic Sensor ซึ่งระบบนี้เองจะสามารถป้องกันการงัดแงะบริเวณประตูและหน้าต่าง หรือ เมื่อมีการสั่นสะเทือน จะเกิดเสียงเตือนขึ้นภายในบ้านและส่งเข้าสู่อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเอาไว้ อย่าง Smart Phone ของเจ้าของบ้าน


ที่มา: นิยาม บรมราชชนนี


นอกจากระบบ Sensor รักษาความปลอดภัยแล้ว อีกหนึ่งนวัตกรรมที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายเจ้าเริ่มมองเห็นความสำคัญ คือ เรื่องของ Application และ QR Code ซึ่งระบบดังกล่าว นอกจากจะสามารถแจ้งเตือนและอัปเดตข้อมูลต่าง ๆ ได้แล้ว


ยังทำหน้าที่เป็นเหมือน Master Kye ของผู้พักอาศัยได้อีกด้วย เช่น การสแกน QR Code ก่อนเข้าโครงการ หรือ การใช้ Application เชื่อมต่อเข้ากับระบบ Smart Home เพื่อสั่งงานผ่านอุปกรณ์ของผู้ใช้งานเอง



พื้นที่ส่วนกลาง (Facilites Lifestyle)


ที่มา: ลดาวัลย์ พระราม 2


เคยได้ยินคำว่า ‘สังคมคุณภาพ’ รึเปล่า การเลือกโครงการที่อยู่อาศัย ก็เปรียบเสมือนกับการเลือกสังคมที่เราจะอยู่ นอกจากตัวบ้านที่ทำให้เราผ่อนคลายในการอยู่อาศัย หรือจะเป็นระบบความปลอดภัยและนวัตกรรมที่เข้ามาช่วยให้นำความสะดวกให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้นแล้ว


พื้นที่ส่วนกลางเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ปู้อยู่อาศัยมีความสุข ได้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมคุณภาพ ที่แวดล้อมไปด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีในทุก ๆ ด้าน ดังนั้นโครงการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะโครงการระดับ Hi-End จึงต้องมีส่วนกลางที่เพียบพร้อมและสามาถรเติมเต็มทุกรูปแบบการใช้ชีวิตทุกเพศ-ทุกวัยได้อย่างเหมาะสม


ที่มา: เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา


สำหรับพื้นที่ส่วนกลางที่ควรมี ประกอบด้วย

  • คลับเฮาส์
  • สระว่ายน้ำ
  • พื้นที่นั่งเล่น
  • พื้นที่ทำงาน
  • พื้นที่รองรับแขก
  • ส่วนสาธารณะ
  • พื้นที่ออกกำลังกายในร่ม
  • พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • พื้นที่นันทนาการสำหรับเด็ก 


พื้นที่ส่วนกลางที่เรากล่าวมาทั้งหมด เป็นพื้นที่ส่วนกลางแบบมาตรฐานที่โครงการบ้านพักอาศัยควรมี และควรให้ความสำคัญ คอยทำความสะอาดเพื่อรองรับการใช้งานของผู้อยู่อาศัยอย่างสม่ำเสมอ



จาก 5 ทริคเลือกบ้านหรูที่เรานำมาแชร์ในบทความนี้ เป็นการศึกษาและหาข้อมูลบนพื้นฐานของหลักความจริง จากรูปแบบโครงการที่อยู่อาศัยแบบมาตรฐานหรือโครงการระดับ Hi-En ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของงานดีไซน์ ระบบรักษาความปลอดภัยและนวัตกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงการเติมเต็มการใช้ชีวิตด้วยพื้นที่ส่วนกลาง


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

VDO - Catch Up

Catch Up : คอนโด Rich Park Terminal @Phahonyothin 59