รูปบทความ การออกแบบสำคัญแค่ไหน กับการเลือกที่อยู่อาศัยระดับ Hi-End

การออกแบบสำคัญแค่ไหน กับการเลือกที่อยู่อาศัยระดับ Hi-End


ทุกวันนี้นอกจากการตลาดโปรโมชันลดแลกแจกแถมจะมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่โครงการที่อยู่อาศัย หรือบ้านพักระดับ Hi-End ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือเรื่องของงานออก แบบตัวบ้านทั้งภายในและภายนอก เพราะนอกสวยงามแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าและสร้าง Value ให้กับแบรนด์และตัวสินค้าอีกด้วย...วันนี้พวกเรา Esto จะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับรูปแบบงมมานดีไซน์ภายนอกอาคารและภายในอาคาร พร้อมแชร์ไอเดียลักษณะของการตกแต่ง และบอกถึงข้อสังเกตต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบก่อนเลือกซื้อบ้านหรูกัน



รายละเอียดของงานออกแบบ


ที่มา: เศรษฐสิริ ทวีมวัฒนา


บ้านหนึ่งหลังประกอบไปด้วยรายละเอียดมากกว่าหนึ่ง เพราะการก่อร่างสร้างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ ต่างมีขั้นตอนและกระบวนการที่หลากหลาย ตั้งแต่เริ่มการคำนวณพื้นที่เพื่อสร้างบ้านขึ้นมา หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของสถาปนิกออกแบบหน้าตาของตัวบ้านให้ออกมาสวนงาม ก่อนจะต่อมาด้วยการตกแต่งภายในโดยมัณฑนากรผู้เชี่ยวชาญ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับทีมงานก่อสร้าง เพื่อสร้างบ้านให้ออกมาสวยงาม


ซึ่งจะเห็นได้ว่าแต่ละขั้นตอนล้วนมีรายละเอียดอยู่ในนั้นมากมาย และ Kye Word สำคัญคืองานออกแบบ ทั้งงานออกแบบภายนอกอาคาร (Extrior Design) และงานออกแบบภายใน (Interior Design)



ออกแบบภายนอกอาคาร (Exterior Design)


ที่มา: บ้านอิสสระ บางนา


สถาปัตยกรรมภายนอกอาคาร เปรียบเสมือนหน้าตาของบ้านที่ใครผ่านไปผ่านมาจะเห็นก่อนเสมอ ดังนั้นการออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอกอาคารเอง ต้องมีการคิดรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการและบ่งบอกความเป็นตัวต้นของเจ้าของบ้านออกมา


ซึ่งนอกจากการออกแบบตามโจทย์ของเจ้าของบ้านแล้ว ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยรอบด้านอีกด้วย เช่น บริบทสภาพแวดล้อม หรือจะเป็นสภาพอากาศ ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยธรรมชาติ และมีแสงแดดตลอดทั้งวัน ควรเลี่ยงการออกแบบโดยใช้กระจก หรือ อยากได้บ้านที่หรูหราวิบวับ ควรเลือกใช้วัสดุที่มีความเงางามแทนการใช้วัสดุประเภทไม้ เป็นต้นฯ


ที่มา: THE AVA RESIDENCE


3 หัวใจหลัก ของการออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอก


  1. ฟาซาดดีไซน์ (Facade Design) : หรือที่เรียกว่ากรอบบังอาคาร เป็นการออกแบบโครงสร้างออกมาจากผนังเดิมภายนอกอาคารหนึ่งชั้น เพื่อความสวยงาม และยังมีประโยชน์ในการบังและหักเหทิศทางของแสงแดด และช่วยบังลมและฝนที่จะสาดเข้ามาได้อีกด้วย
  2. การเลือกใช้วัสดุ (Material Design) : วัสดุเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการตกแต่งภายนอกอาคาร ควรเลือกวัสดุที่ทนต่อสภาพอากาศ นอกจากนั้นควรเลือกใช้วัสดุให้เหมาะกับสไตล์การออกแบบ เช่น เลือกใช้วัสดุประเภทไม้ในสไตล์ Simple Modern หรือเลือกใช้วัสดุประเภทหินในสไตล์ Loft
  3. ภูมิทัศน์โดยรอบ (Landscape Design) : การออกแบบสถาปัตยกรรมภายนอก ควบคู่ไปกับการออกแบบ Landscape เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกันของสภาพแวดล้อมโดยรอบของตัวอาคาร



ออกแบบภายในอาคาร (Interior Design)


ที่มา: ชีวาวัลย์ ปิ่นเกล้า-สาทร


การออกแบบภายในต้องออกแบบให้สอดคล้องกับภายนอกอาคารด้วยเช่นกัน ในบางกรณีมีให้เห็นเหมือนกันคือ ภายนอกออกแบบอีกสไตล์หนึ่งภายในเป็นอีกสไตล์หนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้อยู่อาศัย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หลักของการออกแบบภายใน ต้องคำนึงถึงบริบทภายนอกเป็นหลักก่อนจะนำมาออกแบบภายในเพื่อให้เกิดความสวยงามได้


ยกตัวอย่างเช่น ถ้าภายนอกอาคารตกแต่งในสไตล์ Minimal โดยใช้สีขาวและรูปทรงสีเหลี่ยมแบบเรียบง่าย ซึ่งการออกแบบภายในจะคุมบรรยากาศด้วยสีขาวเป็นหลัก และแทรกด้วยสีน้ำตาลจากวัสดุประเภทไม้ และอาจจะมีการใช้กระจกเงาในบางส่วน เพื่อเพิ่มให้พื้นที่ดูกว้างและไม่จืดชืดจนเกินไป


ที่มา: บ้านอิสสระ บางนา


3 หัวใจหลัก ของการออกแบบภายใน


  1. การเลือกใช้สี (Color Scheme) : พื้นฐานเบื้องต้นของการออกแบบภายใน คือ ต้องเข้าใจในการเลือกใช้สีก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งนั้นคือการคุมโทนให้พื้นที่ภายในให้อยู่ในธีมเดียวกันจะแบ่งออกเป็น 3 สี ประกอบด้วย สีหลัก สีรอง สีประกอบ เช่น ถ้าตกแต่งภายในสไตล์ Loft ให้เลือกใช้ สีดำ-สีเทา-สีขาว เป็นต้นฯ
  2. การเลือกใช้วัสดุ (Material Design) : การเลือกใช้วัสดุกับการออกแบบภายในเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากเลือกวัสดุไม่เข้ากับสไตล์ตกแต่ง อาจทำให้บรรยากาศโดยรวมของพื้นที่ภายในไม่สวยเลยก็ได้ ดังนั้นเมื่อดีไซน์เนอร์ออกแบบทุกครั้ง จะมีการเทียบวัสดุที่จะนำไปใช้จริงเสมอ
  3. การออกแบบแสงสว่าง (Lighting Design) : เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันกับการออกแบบแสงสว่างภายใน เพราะพื้นที่ภายในไม่เหมือนกับภายนอก นอกจากต้องอาศัยช่องแสงจากประตู-หน้าต่างแล้ว การออกแบบแสงสว่างจากไฟประดิษฐ์ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศในแต่ละส่วนให้สวยงามได้



สไตล์การออกแบบต้องสอดคล้องกัน


ที่มา: Supalai Prima Villa ปิ่นเกล้า-พุทธมณฑล สาย 2


อย่างที่ได้อธิบายไปด้านบนเกี่ยวกับสไตล์การออกแบบขอวพื้นที่ภายนอกและภายในต้องมีความสอดคล้องกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหลักของการออกแบบทั้ง 2 ต้องทำความควบคู่กันเป็นหนึ่งเดียวอยู่แล้วระหว่าง สถาปนิกและมัณฑนากร


ดังนั้นการออกแบบจะมีการพูดคุยและสเปคการเลือกใช้สีและวัสดุให้ไปในทิศทางเดียวกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดของการออกแบบสไตล์ให้สอดคล้องกัน คือ การเลือกสไตล์ที่ต้องการให้แน่ชัด ก่อนเริ่มลงเมื่อออกแบบและก่อสร้าง 


ที่มา: THE AVA RESIDENCE


เพราะสไตล์การออกแบบแบ่งออกเป็นหลายประเภท และมีการนำมาผสมกันจนกลายเป็นสไตล์ใหม่ที่หลากหลาย ซึ่งในแต่ละสไตล์ก็จะมีรายละเอียกการเลือกใช้สี การเลือกใช้วัสดุ รวมไปถึงรายละเอียดของดีเทลเรื่องของแสงและอื่น ๆ ที่แตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน



หวังว่าบทความ ‘การออกแบบสำคัญแค่ไหน กับการเลือกที่อยู่อาศัยระดับ Hi-End’ จะเป็นหนึ่งในตัวช่วยให้เพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาไอเดียการตกแต่งบ้าน หรือกำลังมองหาบ้านพักอาศัย ได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ของการออกแบบและความรู้ที่สามารถนำไปใช้จริงได้


เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

Living out loud

Living out loud : VANA RESIDENCE พระราม 9 - ศรีนครินทร์