รูปบทความ คาดหวังอย่างไร ให้มีความสุข

คาดหวังอย่างไร ให้มีความสุข

“ความสุขคือสิ่งไม่ถาวร มักเกิดขึ้นประเดี๋ยวประด๋าวเเล้วก็ลาจากไป”


เชื่อว่าโดยพื้นฐานของใครหลายๆ คนต้องอยากมีชีวิตที่ความสุข สมหวังกับทุกสิ่งอย่างเป็นเเน่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหน้าที่การงาน คนรัก ครอบครัว หรือเเม้เเต่คนรอบข้าง เราทุกคนก็อยากจะให้พวกเขาเป็นหรือทำตามใจดั่งที่เราคาดหวังจินตาการไว้


เเละเเน่นอนทุกคนย่อมคาดหวังอยากให้ทุกสิ่งอย่างเป็นไปดั่งจินตนาการเหมือนในเทพนิยาย ก็นั่นเเหละค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนิยายหรือภาพยนตร์ก็ต้องดำเนินมาถึงตอนจบ ความสุขก็เช่นกัน “ความสุขมักเกิดขึ้นเหมือนเเสงหิ่งห้อยเเล้วก็บินจากไปให้เราหวนคิดถึง”


เเล้วทำอย่างไรล่ะ ถึงจะให้ความสุขอยู่กับเรานานเกินกว่าสายลมเย็นที่พัดผ่านมาวูบหนึ่งเเล้วก็จางหายไป


ก่อนอื่นลองเริ่มจากการสำรวจวิเคราะห์ตัวเราเองก่อนว่า เรากำลัง ‘คาดหวัง’ อะไรเกินความเป็นจริงอยู่หรือเปล่า ? เพราะหลายคนสับสนเเละเข้าใจว่า คาดหวัง กับ ความหวัง คือเรื่องเดียวกัน 



ความคาดหวัง


การที่เราคาดการณ์ไปข้างหน้าอยากให้เป็นอย่างนั้นอยากให้เป็นอย่างนี้ เเละโดยส่วนใหญ่เเล้วคนเรามักคาดการณ์ให้เกินกว่าความเป็นจริงที่ว่าตอนสุดท้ายของเรื่องต้องจบเเบบ Happy Ending สุขสมอารมณ์หมายกันทั้งนั้นจริงมั้ยคะ ? โดยเรามักคาดหวังให้ทุกสิ่งรวมไปถึงคนรอบข้างโดยเฉพาะคนรักเป็นไปในเเบบที่เราเป็น เช่น มองตาก็รู้ใจ เธอต้องรู้สิว่าตอนนี้ฉันรู้สึกอะไร ต้องการอะไร หรือคาดหวังให้เขาทำสิ่งๆ นั้นให้


เเละเมื่อไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เราก็จะได้ทักทายทำความรู้จักกับภาวะที่เรียกว่า ‘ผิดหวัง’ ที่จะทำให้ทุกข์ระทม โศกเศร้า เเละเสียใจ เป็นเวลานับหลายวัน หลายเดือน หรืออาจเป็นปีๆ เเละมันอาจจะสูญหายไปตามกาลเวลาหรืออาจยังคงอยู่เป็นรอยบาดเเผลที่เมื่อโดนสะกิดขึ้นมาคราใดก็มักรู้สึกกับบาดเเผลนั้นอีกครั้ง


ความหวัง


การที่เรา “สร้างความหวัง” หวังว่าสักวันหนึ่งต้องไปถึงจุดๆ นั้น โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน เเละ ความเชื่อว่าเราทำได้ เป็นตัวนำทาง ค่อยๆ ลงมือทำมันไปเรื่อยๆ ชักนำชวนเชิญเราไม่ให้หยุดนิ่ง เเละยังดำเนินต่อไปจนสุดปลายทางเเม้ไม่เป็นไปตามที่หวัง เเละความทุกข์ระทมใจก็จะลดน้อยถอยลงกว่าความคาดหวัง เพราะไม่ได้คาดหวัง


ยกตัวอย่างให้เห็นภาพเเละเข้าใจมากยิ่งขึ้นจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเอง


ย้อนไปเมื่อประมาณปี 2009 ตอนนั้นผู้เขียนเป็นนักกรีฑาของโรงเรียน ซึ่งลงเเข่งวิ่งระยะทาง 400 เมตร เเต่ด้วยความที่สภาพร่างกายไม่พร้อม เพราะขาดการเตรียมตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าวิเคราะห์คู่เเข่งคนอื่นๆเเล้ว เเน่นอนว่าตัวผู้เขียนต้องอยู่ในลำดับที่ 3 - 4 เป็นเเน่ เเต่ด้วยผู้เขียนสร้างความคาดหวังที่อยู่เหนือความเป็นจริง ว่าเราต้องชนะ ต้องได้ที่หนึ่ง ! ผลปรากฏว่าผู้เขียนเข้าเส้นชัยเป็นลำดับที่ 4 ทำให้ในขณะนั้นรู้สึกเศร้า เสียใจ ไม่มีความสุข เพราะสร้างความคาดหวังที่เกินความเป็นไปได้จริง ความเป็นจริงที่ว่าเราขาดการเตรียมความพร้อมของร่างกาย 



“เตรียมการรับมือกับความผิดหวังด้วยการคาดหวังบนความเป็นจริง”


มนุษย์สามารถคาดหวังได้ อยากให้เป็นอย่างนั้นอยากให้เป็นอย่างนี้ตามเเต่ใจที่มนุษย์อย่างเราๆ ปรารถนา เเต่จะคาดหวังอย่างไรล่ะที่จะทำให้เราไม่ทุกข์ เศร้าเสียใจ เมื่อฉากจบสุดท้ายมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคาดการณ์ไว้ นั่นคือ เราต้องคาดหวังอย่างสมเหตุสมผลบนความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ไม่จินตนาการเพ้อฝันดั่งเทพนิยาย ถึงเเม้ตอนจบสุดท้ายของเรื่องจะไม่ได้ Happy Ending เราก็อาจจะไม่จำเป็นต้องทำความรู้จักกับความโศกเศร้าเสียใจ เพราะเราได้เตรียมการรับมือกับผลของมันด้วยการคาดหวังตามความเป็นจริง


คาดหวัง อย่างเป็นสุข


เเน่นอนว่ามนุษย์ธรรมดาอย่างเราๆ น้อยคนมากที่จะไม่คาดหวังอะไรเลยในชีวิต เพราะคนปกติทั่วไปดำรงชีวิตด้วยความคาดหวังตลอดเวลาตั้งเเต่เด็กจนถึงตอนนี้ ทั้งจากตัวเราเองหรือจากคนรอบข้างเรา เเละขณะที่อ่านบทความนี้อยู่คุณก็อาจมีความคาดหวังเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน


หากลองทำการสังเกตย้อนดูเหตุการณ์ต่างๆ ในเเต่ละช่วงชีวิตของเรา เคยไหมที่ตอนเด็กๆ เเม่อยากให้เราเข้าโรงเรียนนี้ เพราะคาดหวังว่าลูกฉันต้องเก่งเเละได้รับการยอมรับจากคนอื่นๆ หรือเพื่อนบ้าน พอโตขั้นมาอีกนิด เรียนระดับมัธยมที่บ้านก็อยากให้เราเรียนสายวิทย์ - คณิต เพราะคาดหวังอยากให้เราเป็นหมอ อาชีพที่ใครต่างก็ยกย่อง


หรือหากเป็นความคาดหวังของตัวเราเอง ความคาดหวังที่เห็นได้เด่นชัดก็คงไม่พ้นเรื่องความรักเเละหน้าที่การงาน คาดหวังอยากได้คู่ครองหรือมีครอบครัวที่สมบูรณ์เเบบ เเต่ใครกันที่จะ Perfect ไม่มีข้อบกพร่องกันเลย เพราะเราต่างก็เป็นมนุษย์ธรรมดาที่ถูกหล่อหลอมเลี้ยงดูผ่านสังคมเเละสภาพเเวดล้อมที่เเตกต่างกันไป ไม่มีใครทำตามใจได้ดั่งที่เราคาดหวังจะให้เขาเป็น หรือจะเป็นในเรื่องของการทำงาน ที่เราคาดหวังจะให้หัวหน้างานรักเเละปรับเงินเดือนเพิ่มโบนัส เพราะเราเป็นพนักงานคู่ใจทำงานมานานนับหลายปี เเต่ลืมมองย้อนกลับมาว่าเรายังไม่ได้ลงมือพัฒนางานให้มันดีขึ้น หรือสร้างผลงานต่อยอดให้บริษัทเติบโตขึ้นไปกว่าเดิม 



ฉะนั้นการที่จะคาดหวังอย่างไรให้มีความสุข ต้องเริ่มจากการที่เราเข้าใจเเละลงมือด้วยความตั้งใจอย่างสุดกำลัง เเม้เราจะคาดหวังให้มันจบเเบบ Happy ending สักเพียงใด เมื่อเราเข้าใจเเละทำอย่างเต็มที่ เราก็จะไม่รู้สึกเสียใจหรือผิดหวังจากความคาดหวัง เเละอยู่ร่วมกับผลลัพธ์ที่อาจไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังสักเท่าไร เเต่เราก็จะมีความสุขกับผลลัพธ์นั้น 



เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร...?

Related Stories

Esto Talks

See All >

Living out loud

Living out loud : VANA RESIDENCE พระราม 9 - ศรีนครินทร์